ประธานสภาคณาจารย์ นายสันติภาพ ศิริวัฒนไพบูลย์ แจ้งมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 ที่เห็นชอบให้ ผศ.ดร.คณิศรา ธัญญสุนทรสกุล ดำรงตำแหน่งอธิการบดี แทนอธิการฯ คนปัจจุบัน คือ ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ ที่จะหมดวาระในวันที่ 18 ธันวาคม 2564 นี้
โดยที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย รับรองผลการสรรหาอธิการบดี ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 และจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อทูลเกล้าถวายรายชื่อเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป
สภามหาวิทยาลัย ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ แทนตำแหน่งเดิมที่ลาออกไป คือ รศ.ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระบวนการสรรหาก็จะมีการเสนอรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกจากคณะและหน่วยงานต่อไป
ส่วนในการประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งต่อไป คือ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2564 มีวาระสำคัญคือการเสนอแต่งตั้งอธิการบดีรักษาการเพื่อทำหน้าที่แทนในระหว่างรอโปรดเกล้าฯ รวมถึงการปรึกษาหารือเรื่องนายกสภามหาวิทยาลัยที่จะหมดวาระในวันที่ 17 พฤศจิกายน นี้
ส่วนประเด็นสำคัญของการประชุมสภาคณาจารย์ฯ คือ รายงานผลการประชุม ก.บ.ม. เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งประธานสภาคณาจารย์ฯ กรรมการ ก.บ.ม. โดยตำแหน่ง ได้ทำบันทึกเพื่อสอบถามการจ่ายเงินชดเชยเงินเดือนและค่าตอบแทนในกลุ่มพนักงานที่จ้างด้วยงบรายได้ และกลุ่มพนักงานที่คุณวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี
ซึ่งได้รับคำตอบจากรองอธิการบดีที่รับผิดชอบด้านบริหารงานบุคคลว่า “มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการ” ซึ่งคงต้องติดตามกับผู้บริหารชุดใหม่ต่อไป และเนื่องจากการประชุมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี 2564 จึงมีเรื่องที่สำคัญที่ต้องดำเนินการอยู่หลายเรื่องที่ยังค้างคา ด้วยไม่ได้ประชุมมานาน แม้ประธานสภาคณาจารย์ฯ ที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่งจะทำบันทึกเพื่อขอให้ประธาน ก.บ.ม. เรียกประชุมถึง 3 ครั้ง โดยมีเรื่องสำคัญคือ เรื่องความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการฯ การพิจารณาดำเนินการจ่ายเงินชดเชยเงินเดือนและค่าจ้าง 1.5-1.7 ตามมติคณะรัฐมนตรี และการที่บุคลากรร้องมายังประธาน ก.บ.ม. เรื่องพนักงานฯ ที่ลาออก และปรับคุณวุฒิเพิ่ม ในระหว่างประกาศ ก.บ.ม. เมื่อ 31 มกราคม 2564 เพื่อจ่ายเงินชดเชยอัตราเงินเดือนเย้อนไปถึง ตุลาคม 2562 มีผลบังคับใช้ ซี่งมีพนักงานบางท่านลาออก หรือเกษิยณ ในช่วงดังกล่าว และขอรับเงินชดเชยย้อนหลัง ที่ประชุมมีการอภิปรายกันพอสมควร โดยประธานสภาคณาจารย์ฯ เห็นว่า บุคลากรกลุ่มดังกล่าว ควรได้รับเงินชดเชย ด้วยหลักการสิทธิการได้รับประโยชน์ย้อนหลังจากการปฏิบัติงานในช่วงประกาศฯ ดังกล่าวมีผลย้อนหลังไปถึง แต่ก็ไม่เป็นผลเนื่องจากมีการอ้างถึงคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเงินชดเชยที่ระบุไว้ในประกาศฯ ฉบับดังกล่าว คือ ต้องเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยที่มีสัญญาจ้าง เมื่อออกไปแล้วก็ถือว่า ไม่มีสัญญาจ้างและไม่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยต่อไป จึงไม่ได้รับสิทธิ ซึ่งประธานสภาคณาจารย์ฯ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า หากมีการออกประกาศลักษณะเช่นนี้ในอนาคต ควรคำนึงถึงสิทธิที่พึงจะได้รับตามหลักการสามัญพื้นฐานและความเป็นธรรมแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ที่ประชุม ก.บ.ม.
ยังแจ้งถึงการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ก.บ.ม. จากผู้แทนคณบดี คือ ผศ.ดร.สุทธิพงษ์ เปรื่องค้า ซึ่งหมดวาระดำรงตำแหน่งคณบดีไปนานแล้ว แต่ยังไม่มีการเลือกผู้แทนคณบดีเข้ามาแทนตำแหน่งดังกล่าว และทราบในคราวประชุมสภามหาวิทยาลัยเมื่อ 8 พ.ย. 2564 ว่า ได้ ดร.อภิรักษ์ ลอยแก้ว ดำรงตำแหน่งกรรมการ ก.บ.ม. จากผู้แทนคณบดี
ที่ประชุม ก.บ.ม. ยังเห็นชอบให้ออกประกาศ ก.บ.ม. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตรจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2564 เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่นไขที่ ก.พ.อ. และ ก.บ.ม. กำหนด ซึ่งประกาศฯ ฉบับนี้ จะใช้สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย
สภาคณาจารย์ฯ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ ในการจัดการทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยฯ โดยมี ผศ.พัชฎาภรณ์ แสงทามาตย์ เป็นประธาน เพื่อศึกษาแนวทาง รูปแบบ วิธีการ เพื่อการหารายได้และจัดการทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการศึกษาจากกรณีมหาวิทยาลัยอื่น และระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และผลการศึกษาจะเสนอแนะต่อมหาวิทยาลัยต่อไป
ที่ประชุมยังปรึกษาหารือร่วมกันถึงวิธีการสื่อสารและการรับฟังความเห็น ข้อมูล ประเด็นปัญหา และข้อเสนอแนะต่างๆ จากบุคลากร เพื่อเสนอแนะต่อมหาวิทยาลัยต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นการจัดเวทีรับฟังเสียงจากบุคลากรและนักศึกษา ซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไป






