วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการ มีการประชุมสภาคณาจารยฯ ครั้งที่ 7/2564
โดยมีวาระสำคัญคือ การเตรียมความพร้อมในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาศักยภาพคณาจารย์เข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการจากผลงานวิชาการรับใช้สังคมและการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรสายสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน”
ซึ่งจะจัดในวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 จะเป็นการอบรมบ online เป็นการต่อยอดจากการดำเนินการเมื่อปีที่แล้ว โดยวิทยากรทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ 1)ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช 2)ผศ.ดร.จันทร์เพ็ญ ชุมแสง และ 3)รศ.ดร.กันต์ อินทุวงศ์ ได้ตอบรับแล้ว
ขณะนี้มีผู้สมัครเข้ารับการอบรมแล้ว 50 คน และยังเปิดรับสมัครอยู่ เพื่อให้คณาจารย์ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการสามารถมีทางเลือกในช่องทางด้านการบริการรับใช้สังคม
ผู้เข้าอบรมจะได้มีความรู้ ความเข้าใจ มีแนวปฏิบัติและวิธีการที่จะเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการด้านนี้ได้จริง จากประสบการณ์ของวิทยากรที่ได้เข้าสู่ตำแหน่งวิชาการด้านการรับใช้สังคม(ตัวจริงเสียงจริง) ซึ่งจะมาถ่ายทอดให้กับผู้เข้าอบรมทุกคน
จึงขอเชิญบุคลากรสมัครเข้าอบรมตาม QR Code ที่แนบมานี้ได้ ยังสามารถรับได้อีกจำนวนมาก
ส่วนการศึกษาดูงานนั้น ต้องรอความชัดเจนของแนวปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคระบาดโควัด 19 ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางออกนอกพื้นที่
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าทวงถามบันทึกที่สภาคณาจารย์ฯ ถึงอธิการบดี
เรื่อง แนวปฏิบัติในการปรับเงินเดือนชดเชยให้กับบุคลากรในตำแหน่งที่นอกเหนือจากประกาศ ก.บ.ม. เรื่องบัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของพนักงานมหาวิทยาลัยฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงบุคลากรพนักงานที่จ้างด้วยงบรายได้ หรือมีคุณวุฒิต่ำกว่า ป.ตรี
ซึ่งจากบันทึกดังกล่าว อธิการบดีได้มอบหมายให้รองอธิการฯ ที่รับผิดชอบดำเนินการ และทราบความคืบหน้าว่า ได้มีการรวบรวมข้อมูลรายละเอียดและวงเงินที่จะจัดสรรในการปรับขึ้นเงินเดือนและเงินชดเชยให้กับกลุ่มดังกล่าวแล้ว คงจะมีการประชุม ก.บ.ม. ในอนาคตอันใกล้นี้ และเสนอขออนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยต่อไป นับเป็นข่าวดีสำหรับบุคลากรในกลุ่มดังกล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางในการเสนอแนะข้อมูลต่อมหาวิทยาลัยในเรื่องการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด 19
โดยเฉพาะการเรียน online มาตรการการเยียวยาของมหาวิทยาลัยที่ออกมาทั้งในส่วนการลดค่าเทอม 10% การนำหอพักไปเป็น รพ.สนามและปัญหาต่างๆ ที่ได้รับเสียงสะท้อนมาจากคณาจารย์ นักศึกษา และผู้ปกครอง
ซึ่งสภาคณาจารย์กำลังรวบรวมข้อมูล ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆ และจัดทำเสนอต่ออธิการบดีและสภามหาวิทยาลัยต่อไป
ที่ประชุมยังมีมติให้มีตั้งคณะอนุกรรการของสภาคณาจารย์ฯ ด้านการทบทวนแก้ไขข้อบังคับ ประกาศ ระเบียบ ของมหาวิทยาลัย ที่ล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ และเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลในองค์กร จะได้เสนอให้มีการปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขี้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อบังคับว่าด้วยการสรรหาผู้บริหารระดับอธิการบดี และคณบดี ที่ต้องเน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากร
ตามข้อมูลจากแบบสำรวจบุคลากรที่ต้องการให้มีการหยั่งเสียงคะแนนนิยมในตัวผู้เข้ารับการสรรหากลับคืนมาถึงร้อยละ 95 จากผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดกว่า 300 คน
และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547









