วันที่ วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.30 น.
สภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้มีการประชุม ครั้งที่ 5/2564 เป็นการประชุมในห้องประชุมร่วมกับการประชุมออนไลน์ โดยมีวาระสำคัญ คือ การติดตามการดำเนินการตามมติที่ได้ประชุมครั้งที่แล้ว คือ
การให้มหาวิทยาลัยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเงินรายได้จากเงินคงคลังตามที่สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติไป โดยเฉพาะโครงการเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้ทราบถึงสถานะของโครงการว่ามีความก้าวหน้าหรือมีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง ซึ่งประธานสภาคณาจารย์ฯ ได้ทำบันทึกเพื่อขอข้อมูลดังกล่าวต่อมหาวิทยาลัยไปแล้ว และในการนี้ ปรธานสภาคณาจารย์ฯ ได้แจ้งต่อที่ประชุมสภาคณาจารย์ฯ ว่าฝ่ายบริหารได้มีการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวนี้ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยคราวประชุมเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 64 และประธานฯ ได้ขอข้อมูลที่มหาวิทยาลัยนำเสนอในที่ประชุม และภายหลังทราบว่าข้อมูลจะเผยแพร่ได้ต้องรอการรับรองรายงานประชุมสภามหาวิทยาลัยในครั้งหน้า (27 พ.ค. 64) ก่อน ซึ่งข้อมูลด้งกล่าวก็คงจะข่วยให้สภาคณาจารย์ฯ ได้สื่อสาร หรือตอบคำถามต่อบุคลากรให้เข้าใจในสถานการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินโครงการของมหาวิทยาลัยต่อไป รวมถึงเรื่องการเสนอให้มีการทบทวนบางโครงการที่อาจจะยังไม่มีความจำเป็นในการที่จะดำเนินการในช่วงนี้ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยได้รับทราบแต่ก็ไม่ได้ทบทวน โดยให้ดำเนินการต่อไปตามมติ และให้มีการกำกับดูไปตามกลไกปกติของมหาวิทยาลัยและนายกสภามหาวิทยาลัยได้เสนอให้สภาคณาจารย์ได้มีส่วนรับรู้และเข้าไปมีส่วนร่วมตามกลไกกำกับดูแลที่มีอยู่นี้ด้วย ส่วนความคืบหน้าในการขอให้ประธาน กบม. เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารงานบุคคลสำหรับพนักงานฯ (กบม.) เพื่อพิจารณาเรื่อง การปรับอัตราเงินเดือนพนักงานที่จ้างด้วยงบรายได้และมีคุณวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี รวมถึงเรื่องอื่นๆ ตามหน้าที่ของ กบม. นั้น ยังไม่ได้รับการตอบกลับจากประธาน กบม.![]()
ที่ประชุมสภาคณาจารย์ ยังมีการเสนอแนวปฏิบัติในการผลักดันให้ความต้องการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการสรรหาอธิการบดี และคณบดี เป็นไปตามเจตนารมณ์ของบุคลากร โดยให้นำกระบวนการหยั่งเสียงคะแนนนิยมจากบุคลากรในตัวผู้เข้ารับการสรรหาผู้บริหารทั้ง 2 ตำแหน่งกลับมาใหม่ เพราะเป็นผลมาจากข้อมูลการสำรวจที่บุคลากรร้อยละ 93 ต้องการให้มีการหยั่งเสียง แบ่งเป็นร้อยละ 54.2 ต้องการหยั่งเสียงเฉพาะบุคลากรตามที่เคยมีมาตามข้อบังคับว่าด้วยการสรรหาอธิการฯ ปี 47 อีกร้อยละ 26.5 ต้องการให้นีกศึกษาร่วมหยั่งเสียงด้วย และอีกร้อยละ 12.3 ต้องการให้มีการหยั่งเสียงของบุคลากรและนักศึกษา และให้องค์กรภายนอกในท้องถิ่นเสนอชื่อผู้เข้ารับการสรรหาอธิการบดี ก่อนเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเลือก และในการสรรหาคณบดี ผลการสำรวจ บุคลากรร้อยละ 85 ต้องการให้มีการลงคะแนนหยั่งเสียงคะแนนนิยมในระดับคณะก่อนเสนอชื่อให้สภามหาวิทยาลัยเลือก![]()
ที่ประชุมยังได้ปรับแผนการดำเนินโครงการของสภาคณาจารย์ฯ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โรคโควิด 19 โดยเฉพาะโครงการสำคัญคือ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่จะสานต่อการอบรมเพื่อพัฒนาการเข้าถึงตำแหน่งทางวิชาการด้านการรับใช้สังคม ดารดูงานเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพงาน รวมถึงการจัดทำรายงานข้อเสนอเพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัยโดยคณะอนุกรรมการศึกษาข้อมูลเพื่อจัดทำข้อเสนอฯ รวมถึงการแถลงผลการดำเนินงานของสภาคณาจารย์ฯ ครบรอบ 1 ปี ซึ่งจะมีการประชุมทางออนไลน์เพื่อให้ข้อมูลและรับฟังเสียงสะท้อนจากบุคลากรต่อไป![]()









